เมื่อคุณเป็นนักโทษที่หนีเอาตัวรอดมาทั้งชีวิต คุณจะทำอย่างไรเมื่อจักรวาลต้องการให้คุณเป็นฮีโร่? 'ริดดิค' (The Chronicles of Riddick) หนังภาคต่อจาก 'Pitch Black' (2000) ที่พาเรากลับมาเจอกับตัวละครสุดเท่อย่างริดดิค (วิน ดีเซล) อีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้แค่หนีตายจากพวกสัตว์ประหลาดบนดาวเคราะห์ แต่ต้องเผชิญหน้ากับจักรวรรดิเนคโครมองเกอร์ที่หมายจะพิชิตกาแล็กซี
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ใน 'Pitch Black' ห้าปี ริดดิคยังคงหนีการตามล่าของเหล่ามือปืนที่ต้องการหัวเขาเพื่อแลกกับเงินรางวัล แต่แล้วเขากลับถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์เนคโครมองเกอร์ เหล่านักรบผู้บูชาความตายที่นำโดยลอร์ดมาร์แชล (Colm Feore) ผู้มีพลังเหนือมนุษย์ ระหว่างทาง ริดดิคได้พบกับเอเรออน (Judi Dench) ผู้เป็นสมาชิกของเผ่าพันธุ์ที่มีพลังจิต ซึ่งบอกเขาว่าเขาเป็น 'ผู้ถูกเลือก' ที่จะหยุดยั้งลอร์ดมาร์แชลได้ ริดดิคต้องตัดสินใจว่าจะยอมรับชะตากรรมนี้หรือเดินหนีต่อไป
งานการแสดงและตัวละคร
วิน ดีเซล กลับมารับบทริดดิคอีกครั้งด้วยลุคที่ดูโหดกว่าเดิมและเสน่ห์แบบคนไม่สนใจโลก แต่ภายในกลับมีความเป็นมนุษย์ที่ซ่อนอยู่ การแสดงของเขายังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะฉากที่ต้องแสดงอารมณ์ขัดแย้งระหว่างความเห็นแก่ตัวกับการช่วยเหลือผู้อื่น Colm Feore ในบทลอร์ดมาร์แชลก็ทำได้ดี สร้างตัวร้ายที่น่าเกรงขามและมีมิติ ส่วน Thandiwe Newton และ Karl Urban ในบท Dame Vaako และ Vaako ก็เพิ่มความซับซ้อนให้ความสัมพันธ์ของตัวละคร อย่างไรก็ตาม Judi Dench ที่รับบทเอเรออนดูเหมือนเสียเปล่าเพราะบทบาทค่อนข้างจำกัด
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
เดวิด ทูฮี ผู้กำกับและผู้เขียนบท สามารถสร้างโลกไซไฟที่กว้างใหญ่และอลังการได้อย่างน่าประทับใจ ภาพของจักรวาลที่สวยงามและฉากแอ็กชันที่ตื่นเต้น โดยเฉพาะฉากต่อสู้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ดนตรีประกอบโดย Graeme Revell ช่วยเสริมบรรยากาศให้เข้มข้นและยิ่งใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม จังหวะการเล่าเรื่องบางช่วงอาจช้าหรือยืดเยื้อ ทำให้อารมณ์ของหนังขาดความต่อเนื่อง
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
'ริดดิค' เป็นหนังที่พยายามจะขยายจักรวาลจากหนังสยองขวัญอวกาศในภาคแรกมาสู่มหากาพย์ไซไฟที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลวในเวลาเดียวกัน ความแข็งแกร่งของหนังอยู่ที่ตัวละครริดดิคเองที่ยังคงมีเสน่ห์ แต่องค์ประกอบของจักรวาลที่ซับซ้อนและตัวละครมากมายอาจทำให้ผู้ชมที่ไม่ได้ติดตามภาคแรกสับสนได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบสไตล์ของวิน ดีเซล และโลกไซไฟที่มืดหม่น หนังเรื่องนี้ก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน
สรุป
สรุปแล้ว ริดดิค เป็นหนังไซไฟบู๊ที่เหมาะกับแฟนวิน ดีเซล และคนที่ชอบจักรวาลมืดหม่น ถึงแม้เนื้อเรื่องจะซับซ้อนและจังหวะไม่สมดุล แต่ก็ยังมีเสน่ห์ของตัวละครเอกที่แข็งแกร่งและแอ็กชันที่สนุก ถ้าคุณเป็นแฟน Pitch Black และอยากเห็นโลกของริดดิคขยายใหญ่ขึ้น หนังเรื่องนี้ก็ไม่ควรพลาด
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การแสดงของวิน ดีเซลที่ยังคงทรงพลังและมีเสน่ห์
- +โลกไซไฟที่กว้างใหญ่และสวยงาม อลังการงานสร้าง
- +ฉากแอ็กชันหลากหลายและตื่นเต้น
👎 จุดด้อย
- −เนื้อเรื่องซับซ้อนและยืดเยื้อ อาจทำให้คนดูไม่เข้าใจ
- −ตัวละครบางตัวได้รับการพัฒนาไม่เต็มที่ เช่น เอเรออนของจูดี เดนช์
- −จังหวะการเล่าเรื่องไม่สม่ำเสมอ ช่วงกลางเรื่องน่าเบื่อ
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แนะนำให้ดู Pitch Black ก่อนเพื่อเข้าใจภูมิหลังของตัวละคร แต่ถ้าดูเดี่ยว ๆ ก็พอเข้าใจเนื้อเรื่องได้
Pitch Black เป็นหนังสยองขวัญเอาตัวรอดบนดาวเคราะห์ ส่วนริดดิคเป็นมหากาพย์ไซไฟระดับจักรวาลที่มีเนื้อเรื่องใหญ่กว่าและแอ็กชันมากกว่า
ทำรายได้ประมาณ 115 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 105 ล้านเหรียญ ถือว่าคุ้มทุน แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่คาด